| Teerapat's profileให้ใจได้หายจากความสับสนด...PhotosBlogLists | Help |
|
August 27 Not Get Along Well ..One day, i woke up just to realize
that there is no more sunshine and no more love in the sky tired and tired to let go of what was mine love that i thought was so fine keep holding my heart, won't let go.. One kiss for goodbye, one touch for the last time just one more chance to be in your life so deep, our love lies. Bring tears to my eyes, to realize we're not meant for each other.. You walk right into reality while my heart's still wild and free Dreaming of love that's not mine and now, we both choose our own lives Following our own moonlight My heart still denies to let go One kiss for goodbye, one touch for the last time
just one more chance to be in your life so deep, our love lies. Bring tears to my eyes, to realize we're not meant for each other.. Always missing u .. August 17 Understand .."บอกกับตัวเองทุกครั้งว่าเราจะไม่พลั้งหลงทาง
ให้ความต่างเป็นข้ออ้างแบ่งแยกทางระหว่างสองเรา บอกกับตัวเองทุกวัน จะมีกันและกันไม่เปลี่ยน แม้เวลาจะหมุนเวียนนั่นคือสิ่งที่เราได้เรียนรู้กัน ปล่อยใจให้ล่องลอย เปิดออกไปยอมรับความต่าง เว้นที่ว่างแต่ไม่ห่าง จนความต่างแยกเราจากกัน ปล่อยใจให้ล่องลอยเปิดออกไปยอมรับ สิ่งที่เป็น เปิดรับกับสิ่งที่เห็นว่าเราเป็นแค่คนสองคน ความรัก ก็เป็นแบบนี้ มีทุกข์บ้างที่สุข แม้เศร้าก็ดีกว่าอยู่เหงา ๆ เพราะว่าเรามีคนร่วมเศร้าถึงสองคน ให้ความรักเป็นตัวเราถึงจะเหงาไปหน่อย ก็คงจะไม่บ่อยจนมากไป แค่พอให้ใจสองใจ ได้คิดถึงกัน บ้างก็ดี ให้ความรักนำทาง ให้เรากลับมาเหมือนเดิม กลับมาเติมความเข้าใจให้เดินเคียงข้างกันอีกครั้ง ความรัก ก็เป็นแบบนี้ มีทุกข์บ้างที่สุข แม้เศร้าก็ดีกว่าอยู่เหงา ๆ เพราะว่าเรามีคนร่วมเศร้าถึงสองคน ให้ความรักเป็นตัวเราถึงจะเหงาไปหน่อย ก็คงจะไม่บ่อยจนมากไป แค่พอให้ใจสองใจ ได้คิดถึงกัน(ได้คิดถึงกัน) บ้างก็ดี" ไม่ได้อัพ blog มา 1 ปี 1 เดือน กับอีก 7 วัน
อยากให้รู้ว่ายังคิดถึงวันวานเสมอ ยังรักและเป็นห่วง ถึงแม้ ไม่ได้เจอ ไม่ได้อยู่ใกล้ อยากให้โชคดี ปลอดภัย
รู้ว่าทำไม่ดี เหตุผลที่ให้ไปอาจฟังไม่ขึ้น ขอโทษ.. July 10 Adelaide .. South Australia .. มาอีกรอบจ้า คราวนี้เป็นรูปจากการเดินทางไปอบรมของบริษัท เป็นเวลา 15 วัน ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปที่ adelaide/south australia ซึ่งเป็นสถานที่ที่จะต้องไปอบรม เดินทางโดยสายการบิน british airways ไปต่อเครื่องที่ sydney
หลังจากลงเครื่องมา ก็มุ่งสู่ที่พักเพื่อเก็บของก่อนเลย ที่พักเป็น services apartment ตึกสีเข้มๆ ทางขวานั่นเลย พอวันศุกร์ ซึ่งไม่มีอบรม ว่างเลยเช่ารถตามแผนที่วางไว้ ว่าจะขับไปเที่ยวนอกเมืองสักหน่อย เหนตามกระทู้พันทิบแนะนำเยอะเลย แต่ไปๆ มาๆ reception ของที่พักบอกขึ้นเขาไปไม่มีไรหรอก เลยวางแผนใหม่นิดหน่อย เริ่มแรกกะขับลงไปที่ glenelg ก่อนเลย ขอดูทะเลหน้าหนาวหน่อย
สัญลักษณ์อย่างนึงของที่ glenelg นี่เลย ต่อมาก็ขับไปที่ pt noarlunga เหนเค้าบอกทีนี่มีวิวให้ถ่ายภาพได้ แล้วกะเป็นแนวปะการังด้วย แถมมีร้านอาหารบนเขา กินข้าวไปชมวิวทะเลไป แต่มาถึง กลับกันไปซะหมด จากนั้นก็ออกเดินทางไป mclaren vale ถิ่นทำไวน์ที่เลื่องชื่ออีกที่นึง
ตามเนินเขามีแต่ ไร่องุ่นเต็มไปหมดเต็มเขาเลย
แวะเข้าไปชิมเป็นระยะๆ เอาทำมึนเลย
ดูปลาวาฬแหละ แม่เจ้า เป็นอะไรที่ดุแล้วรู้สึกดี กว่ามันจะโผลมาที ดีใจที่ได้มาดูจิงๆ จากนั้นก็ขับต่อไปยัง goolwa หาดที่นี่สำหรับเล่น surf เลย คลื่นแรง สูงมักๆๆ แต่ตอนนี้หนาว หนาว และก็หนาว หมอกลงเต็มไปหมด ข้ามสะพานไปยัง hindmarsh island ชมวิว ขากลับผ่านไปยัง strathalbyn ขึ้น mt baker โอ้ยแม่จ้าว เส้นทางบนเขาคดเคี้ยว ขับยากมากๆ แถมเริ่มมืด แล้วหมอกกะลงจัดมากๆๆๆๆ ขับแทบไม่เห็นทางเลย
กลับมาสู่เมือง นี่เป็น victoria square ใจกลางเมืองเลย บรรยากาศดี วิวจากนี่ สวยงามมัก มองเหน ที่พักเลย สูงๆ ตรงกลางๆ ธรรมชาติมากๆ อากาศดีๆ
แวะก็เดินมาถ่ายรูปที่ st peters cathedral สูงลิบๆมาแต่ไกลเลย ชมวิวของแม่น้ำ torrens ใสสะอาด เจอนกตัวนี้ได้เลยที่ริมแม่น้ำ torrens ไม่บินหนีด้วย ธรรมชาติสุดๆ นี่ถ้าบ้านเรา เห็นได้ในสวนสัตว์เท่านั้นล่ะมั้ง
ขอถ่ายกะหมูสักหน่อย น้ำพุที่แยก victoria square ยามค่ำคืน แสงไฟสดสวย
st francis xaviers cathedral ที่แยกนี้ยามค่ำคืนเช่นกัน เปิดไฟสวยสง่า May 25 Pulao Penang ..ซะ ซะ ซะหวัดดี ปีใหม่จ้า เพราะเพิ่งอัพครั้งแรกของปีนี้ ๕๕๕ หลังจากดองมานานมาก ~5 เดือนกว่าๆ (๐_๐")
ได้มีโอกาศไปเที่ยวไกลๆมา รอบแรกของปีนี้ ไปนี่เรย ---> Penang (ปีนัง@มาเลเซีย) ไม่รู้ไปไงมาไงเนอะ ถึงได้ไปนู้นน่ะ..
ลงเครื่องกะเรียก taxi 38 RM ไปโรงแรม cititel แล้วก็เรียกรถต่อไปนี่เรย bukit bendera ปีนังฮิล 25RM ชมเมือง ชมวิว บนเขานี่สูงมักๆเลย (830m) บรรยากาศข้างบนดีมาก ลมเย็น มีลิงเต็มไปหมด ค่าขึ้นลงก็คนละ 8 RM
ข้างบนมองไปไกลสุดลูกหูลูกตาเลย มองเห็นสะพาน butterworth อันเลื่องชื่อ ยาวสุดลูกหูลูกตาเลย
ข้างบนก็มีวัดของพวกแขก มีมัสยิด ด้วย สวยงามดีครับ
ข้างบนต้นไม้ใหญ่ๆ สวบๆ เต็มไปด้วยธรรมชาติ โอ้ววว สดชื่น ข้างบนม่โรงแรมด้วยนะ เผื่อใครสนใจจะพัก
พอลงมาจากเขา ก็เรียกรถอีกแล้ว จากปีนังฮิล ไปนู้นเลย fort conwallis 30RM ค่าเข้าป้อมนี่ 5RM มั้ง
นี่ก็ บิ๊กเบนแห่งมาเลเซีย อยู่ข้างๆ fort conwallis รูปกาปิตันภายในป้อม แถมมีห้องแสดงวัตถุโบราณต่างๆด้วย เป็นห้องแอร์ สบายไป
บรรยากาศร่มรื่น ต้นไม้ใหญ่ๆ เต็มไปหมด
นี่เหมือนพวกเสากระโดงเรือเรย แต่นี่มันอยู่บนบก ไม่รู้อะไร
ออกมาเริ่มเดินทัวร์ชมเมือง ตามเส้นทางที่วางแผนไว้อย่างรวดเร็ว ข้างๆ ป้อมก็นี่เลย city hall
town hall แล้วก็ผ่าน court ผ่าน penang state museum ที่ค่าเข้า 1RM เท่านั้นเอง ดีมากๆ เลย วันนี้วันศุกร์ ปิดอ่ะ
เดินมาเรื่อยๆ เห็น syed alatas mansion เป้นบ้านคนรวยสมันก่อนน่ะ
ถึงโรงแรม พักเสร็จก็นั่งสามล้อ ไป prangin mall 5RM กะไปช๊อปปิ้งเรย
ผ่านตึก komtar สูงลิ่วอยู่กลางเมือง georgetown เลย ช๊อบจนดึกแล้วก็เดินกลับไปโรงแรม ชมบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองปีนัง วันนี้เหนื่อย กลับไปนอนแระ -___-"
ผ่านโรงหนังแขก ดูโปสเตอร์หนังแล้ว ประมาณวิ่งไล่จับกันแน่ๆ อย่าหวังจะได้ดู mi3 หรือ da vinci code ที่นี่เลย ไม่มี!!
รุ่งเช้ามา ไปชมวัดไชยมังคลาราม
เจดีย์สีทองสดสวย
บรรยากาศในวัด แวะไหว้พระ เป็นสิริมงคลซะหน่อย
พระพุทธไสยยาสน์ยาว 33เมตร
นี่วัดพม่า วัดธรรมมิการามา เบอมิสตรงข้ามวัดไทยเลย ดูใหญ่ อลังการหว่าวัดไทยมาก
สวยมากๆๆๆๆ
ภายในมีพระพุทธรูปสูงสง่า
นิยมสีทองจิงๆเลย
จากนั้นก็ขึ้นรถเมล์เค้า ลุยเองเลยวันนี้ ฝึก ว่าว ภาษาอังกฤษ ๕๕๕ ไปตึก komtar ขึ้นชั้น 60 เพื่อชมวิว ค่าขึ้นคนละ 8RM
หลังฝนตก ก็คลำทางต่อไปยัง yap kongsi
ตามด้วย khoo kongsi ที่อยู่ของต้นตระกูลคู (แซ่คู)
ภาพเขียนภายใน khoo kongsi
ดาบของท่านคู
จากนั้นก้เดินผ่านมัสยิด
ตึกบ้านเรือน สวยงาม ถนนก้ดูดี รถไม่ติด เพราะที่นี่ นิยมวันเวย์
จากนั้นก็ทาน้านอาหารจีนแถวๆ ตึก komtar เมนูจีนหมด ตายๆ จิ้มๆเอาเรยคราวนี้
นี่เลยปูนิ่มทอดกระเทียม และเต้าหู้ทรงเครื่อง (ปูผงกะหรี่ ปลานึ่งซีอิ้ว กินแล้วไม่ทันถ่ายไว้)
อาหารอร่อยและเยอะอย่างงี้ อย่าหวังจะหาได้ในเมืองไทย แล้วมาชมย่านคนจีน
อีกหนึงสถานที่ที่เข้าไปไม่ได้ เพราะมันปิด เหนมันปิดทุกวันเลย
ส่วนวัดสุดท้ายก็มโบสถ์ เข้า museum ซึ่งอยู่ติดกันเลย
จากนั้นก็เข้า aquarium ระหว่างทางไป airport ค่าเข้าก็ 5RM เอง
เห็นนี่แล้วนึกถึงร้านอาหารจีน กุ้งมังกร น่ากินมากๆ (ลองสั่งที่ร้านดู ตัวนี้ 80RM ได้ หึหึ)
ดูปลาไปเรื่อย
ให้อาหารเต่า
ให้อาหารปลา ตัวอ้วนๆ ทั้งนั้น
จากนั้นก็มุ่งสุ่ airport
บ๊ายบาย มาเลเซีย
ซื้อช็อคโกแลตกลับมาตรึมเลย นั่งกินอยู่เนี่ย สุขใจจิงๆ กลับมาตัวเบา ใช้ตังไปหลายจิงๆ (๐_๐")
December 29 Heineken Beer Park presents the Phenomenon at Central World Dec,28.. ค่ำคืนบรรยากาศก่อนงานปีใหม่เมื่อคืนที่ Central World กับนักร้องเพลงรัก พี่บอย ตรัย, พี่เบิร์ดกะพี่ฮาร์ท ที่เคยเป็นนักร้องยอดนิยมมากๆๆๆ ในอดีต (เจ้าตัวเค้าว่างั้นนะ) แถมนั่งจิบเก๊กฮวยเย็นๆ ไปด้วย มันเยี่ยมมากเลย
ก็เริ่มจากพี่บอย ตรัย ขึ้นมาเปิดเวทีเลย เสียงพี่เค้านี่คลาสสิกมาก สมกับเป็นนักร้องเพลงรักหวานซึ้ง
มีพี่เบิร์ดกะพี่ฮาร์ทมาแจมด้วย ประทับใจแรกพบกับพี่ๆ ที่มาพร้อมกับขนาดพุงที่เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้พอมองดูแล้วเป็นกันเองมาก (ฮา)
แล้วก็ร้องเพลงเพราะๆ ในอดีตของพี่ๆ เค้าเช่น รอรัก ฝน ฯลฯ
ลีลาไม่ธรรมดาเลย มีเล่นตลก (ฮา) อยู่ตลอดเวลาเลยล่ะ
ที่สำคัญ ร้องเพลงใหม่ที่อัลบั้มใหม่แนวแร๊พ ที่กำลังจะวางในอนาคตอันใกล้ด้วยนะ เพลง "อม แล้ว ดูด" แต่คงไม่ใส่ไปในอัลบั้มใหม่หรอกนะ เพราะมันติดเรทอ่ะ (ฮา)
"เปลี่ยนไปทุกอย่าง" พี่บอยเราร้องเป็นหลัก เห็นๆเลยว่าพี่สองคนหลัง รอแต่ท่อนฮุก (ฮา)
ฟังแล้วก็เคลิ้มเรย ยอดมาก ทีพวกเกิลรี่ เบอรี่ไม่ไป ไม่ถ่าย ไม่ดู (ฮา) ดูแต่อย่างงี้ คิดแล้วมานน่า (เสียดาย) แต่มีรูปมาฝากด้วยนะ กดเลย (ขอบคุณ คุณอั๋นนะค๊าบ สำหรับรูปงามๆ)
และก็ขอบคุณ เก็กฮวยเย็นๆ หวานๆ ที่ทำให้ค่ำคืนนี้เป็นคืนที่อบอุ่น ๕๕๕
ปล. ขอบคุณโทรศัพท์ w800i ของผมเหมือนเดิมที่มีรูปสวยๆ มาให้ดูกัน (บางรูปอาจเบลอเพราะ พี่เค้าแด๊นกันกระจาย ถ่ายไม่ทัน ฮี่ฮี่)
December 07 V i e n t i a n e .. แฮะๆ หายไปตั้งนาน มะได้อัพเยย พอดีหนีไปอยู่เวียงจันทร์มาคับผม
ไปมาหลายวันทีเดียว ก็ประมาณอำเภอเมืองต่างจังหวัดเราดีๆ นี่เอง แต่คนก็เยอะแยะดีนะ ก็เมืองหลวงนินะ
มีรูปมาฝากนิดนึงคับผม เชิญเบิ่งโลด ^^
มาขึ้นรถทัวร์ออก 15น. ที่หนองคายข้ามไปลงตลาดเช้าที่เวียงจันทร์เลย
ข้ามมาถึงตลาดเช้าก็สัก 16.3 แล้ว
ดูแล้วก็เป็นท่ารถเม รถทัวร์เค้าแหละ
ไปก็เที่ยวตามภาษาคนแก่ เดินตลาด เที่ยววัด ดูบ้านดูเมืองเค้าล่ะ
อย่าเผลอไปเข้าห้องน้ำเชียว 2000กีบ (8บาท) เชียวนะ !!!
ลุยตลาดสด
ไปเค้ากะฟังเรารู้เรื่องนะ แต่ทำมายเราฟังเค้าฟังม่ายรู้เรื่องหว่า
ยิ่งเห็นเราพูดไทยนะ ขอบแพงขึ้นอีกหลาย พันกีบ เลยล่ะ เศร้า วางขายกันโจ้งๆ
ผักสวยน่าเจี๊ยะ
ผักไรหว่า
กะหล่ำลูกใหญ่ๆ สวยๆ
นี่ก็ร้านขายเงิน-คำ บนตลาด
เครื่องเงิน
ถนนโล่ง รถไม่ติด
ส่วนมากจะเน้นโตโยต้า กะฮุนได
ฟุตบาทกว้างมาก ทางขวาก็กำลังสร้าง shoping mall
ยายๆ ขายสมุนไพร เหนเราถ่าย แกก้โบกมือให้
ลืมบอก ที่นี่พวงมาลัยซ้าย รถเก๋งเล็กๆ มีมากมาย ราคาดาว 30 ล้านกีบ
ไปช่วงตรงกับงานลาว-เวียด 30ปี พอดี
นี่แบ้งค์ไทยพานิชย์
นี่แบ้งค์กรุงไทย
นอนนี่แหละ อย่างหรูข้างบนแบ้งค์
นี่งานใน culture hall เปนงานวันชาติลาว วันที่2
งานนี้เค้ามีประกวดร้องเพลงกันล่ะ ไม่จำกัดอายุ !!! คนแก่ๆ 30-40 ไปประกวด
จะร้องไม่เพราะได้ไง ร้องมาเกือบครึ่งชีวิตอ่ะ เพลงที่ร้องก็ งานวันชาตินิ ก็เพลงปลุกใจไง แต่ฟังแล้วหลับ !!!
ว่าจาไปดูสาวลาวซะหน่อย เจอเป็นร้อย !!! แต่มีสวยอยู่คนนึงอ่ะ เข้าขั้นดาราไทยได้เลย เป็นพิธีกรใน hall นี่แหละ ^^
สวนที่ม่ายสวยนะ ม่ายมีดั๊งสักคนเลยอ่ะ เง้อแล้วจาสวยไหวหว่า -___-"
นี่ก็ถ้ามีโอกาสก็คงอยากไปอีก เพราะอากาสดี ฟรั่งก็ไปเที่ยวกันเยอะนะ ^^
ปล. รูปถ่ายมะค่อยชัดเท่าไรนะ กะเอามือถือ (w800i) ถ่ายมานิ :p
November 07 ขนาดของหัวใจ.. ชวนชมในกระถางดินเผาต้นนั้นสูงราวสองคืบ อยู่กับผมมานานสิบกว่าปีแล้ว
ผมชอบใบทรงหยดน้ำที่แตกออกจากกิ่งก้านขรุขระเป็นปุ่มปม บางส่วนหงิกงอ
ในเมื่อมันรดน้ำตัวเองไม่ได้ มันก็ตายไปง่ายๆ เช่นนี้ รู้สึกเศร้าใจในการจากไปของมัน
สองสามวันต่อมา ผมมองไปที่ต้นชวนชมอีกครั้ง คราวนี้อึ้งไปนาน
ชีวิตคนเราเต็มไปด้วยอุปสรรคหลายครั้งหลายคนสิ้นหวังกับบางสถานการณ์ในชีวิต
ในการแข่งขันสนุกเกอร์ของอังกฤษนัดหนึ่งไม่นานมานี้ นักสนุกเกอร์คนหนึ่งยิงลูกพลาดตลอด
*** บางครั้งชัยชนะก็ขึ้นอยู่กับขนาดของหัวใจ ***
October 05 เค้ก ..![]() Apple Crumble
![]() Apple Pie
![]() Baby Belle Chocolate Cake
![]() Baby Boom Strawberry
![]() Baby Champ Cheese Cake
![]() Banana Cheese Cake
![]() Black Forest Cake
![]() Blueberry Cheese Cake
![]() Blueberry Cream Cheese Pie
![]() Blueberry Crumble
![]() Brown Pudding Pie
![]() Brownie
![]() Brownie Cheese Cake
![]() Cappuccino Cake
![]() Caramel Chesse
![]() Carrot Cake
![]() Cherry Crumble
![]() Chestnut Fresh Cream Cake
![]() Chocolate Fudge Cake
![]() Chocolate Mousse Cake
![]() Chocolate Oreo Cake
![]() Chocolate Souffle Cake
![]() Coconut Fresh Cream Cake
![]() Coffee Crunch Cake
![]() Double Flavor Butter Cake
![]() Green Tea Cheese Cake
![]() Green Tea Fresh Cream Cake
![]() Mocha Cheese Cake
![]() Mocha Toffee Cake
![]() New York Cherry Cheese Cake
![]() Orange Jelly Cheese Cake
![]() Prune Cake
![]() Taro Fresh Cream Cake
![]() Tobblerone Cheese Cake
![]() White Chocolate
![]() น่าทานทั้งนั้นเลย เหอะๆๆ โลกสดใสเพราะมีเค้ก ^^
September 24 สิ่ง ที่ ไม่ เคย บอก .. ขอบคุณปากะแม่ที่ทำให้มีวันนี้.. รักปากะแม่มากๆ
ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่เวลามีไรก้ช่วยกัน เดินไปด้วยกัน.. เฮฮาไปเรื่อย
ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ ที่มีให้.. แล้วก็ขอโทษที่ทำให้เสียใจอยู่เสมอ
ขอบคุณทุกคนที่ไม่ได้กล่าวถึง.. ที่ผ่านเข้ามาแล้วสร้างสิ่งที่ดีๆ ให้
26.9.2005 September 22 จาเป็นดาราเกาหลี ชื่ออาไรดี..แจ กัน ดอง
มอง มัน เอา
เกา ตุด มัน
ใคร กิน มัน
ยุง บิน ชุม
จิม ยัง ซุก
กิน นม กัน
จวน มี พวง
แก่ แต่ ซิง
จวน มี พุง
มวน ซิ ลุง
ล้วง บีบ มัน
ติง พอง บิน
ลอง กิน กัน
ดู ยัง ซิง
คิง ยัน ควีน
ค้อน ปอน บิน
คิง ขอ ชิม
ควีน ขอ แคะ
เธอ ลง พุง
กัง เกง ลิง
แทง จิง จิง
ยัง คอง คาน
แยง รู ปู
พอง จัง คับ
แมง ดา ชุม
ลิง มัน มอง
ซอย ลุง โซ
วิ ตา มิน
เกบ เกง ลิง
มอง รู ยุง
วัง ใคร กัน
ใคร แทง มัน
วอน เธอ ฮัก
ทวง ยา ดอง
วอง ติง
ตู ยอม คิง
ชิน ชอน ไช
ลุง อย่า มุง
จุง พุง ใคร
ลวน ลาม ตู
ซิง จอง คาน
คาน ยัง คอย
*** ๕๕๕ ฮา ฮา ดีเนอะ ใครมีเด็ดๆ ก็ว่ามาโลด.. ^^
![]() (*** There are something I want to tell you .. I want to be your heart ***) September 14 ขาว กับ ดำ .. เศรษฐีคนหนึ่งชอบใจลูกสาวชาวนายากไร้ผู้หนึ่ง เขาเชิญชาวนากับลูกสาวไปที่สวนในคฤหาสน์ของเขา
เป็นสวนกรวดกว้างใหญ่ที่มีแต่กรวดสีดำกับสีขาว เศรษฐีบอกชาวนาว่า "ท่านเป็นหนี้สินข้าจำนวนหนึ่ง แต่หากท่านยกลูกสาวให้ข้าจะยกเลิกหนี้สินทั้งหมดให้ ชาวนาไม่ตกลง เศรษฐีบอกว่า "ถ้าเช่นนั้นเรามาพนันกันดีไหม ข้าจะหยิบกรวดสองก้อนขึ้นมาจากสวนกรวดใส่ในถุงผ้านี้
ก้อนหนึ่งสีดำ ก้อนหนึ่งสีขาว ให้ลูกสาวของท่านหยิบก้อนกรวดจากถุงนี้ หากนางหยิบได้ก้อนสีขาว ข้าจะยกหนี้สินให้ท่าน และนางไม่ต้องแต่งงานกับข้า
แต่หากนางหยิบได้ก้อนสีดำ นางต้องแต่งงานกับข้า และแน่นอน ข้าจะยกหนี้ให้ท่านด้วย" ชาวนาตกลง เศรษฐีหยิบกรวดสองก้อนใส่ในถุงผ้า หญิงสาวเหลือบไปเห็นว่ากรวดทั้งสองก้อนนั้นเป็นสีดำ เธอจะทำอย่างไร? หากเธอไม่เปิดโปงความจริง ก็ต้องแต่งงานกับเศรษฐีขี้โกง หากเธอเปิดโปงความจริง เศรษฐีย่อมเสียหน้า และยกเลิกเกมนี้ แต่บิดาของเธอก็จะยังคงเป็นหนี้เศรษฐีต่อไปอีกนาน เราส่วนใหญ่ถูกสอนมาให้มองปัญหาแบบขาวกับดำ แต่ไม่ใช่ทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้อย่างขาวกับดำเสมอไป ในทางตรงข้าม หากเราลองมองต่างมุม จะพบว่าหนทางการแก้ปัญหามีมากกว่าหนึ่งสายเสมอ และการยืดหยุ่นพลิกแพลงไปตามสถานการณ์เป็นวิธีการหนึ่ง บางครั้งในการแก้ปัญหา เราอาจต้องสร้างเครื่องมือในการแก้ปัญหาขึ้นมาใหม่ ในยุคสงครามเย็นที่กินเวลานานหลายสิบปี สูญเสียชีวิตและทรัพยากรโลกมหาศาล ไม่มีใครกล้าเชื่อว่า สงครามเย็นสามารถยุติลงได้ หรือเร็วเช่นนี้ ในยุคของ มิคาอิล กอร์บาชอฟ กอร์บาชอฟ กล่าวว่า "เป็นเรื่องเขลาที่คิดว่า ปัญหาที่รุมเร้ามนุษยชาติในวันนี้ สามารถแก้ไขได้ด้วย
เครื่องมือและวิธีการที่เคยใช้ได้ผลในอดีต" หากเขาไม่ได้คิดเช่นนี้ บางทีวันนี้สังคมนิยมโซเวียตยังไม่เปิดประเทศและสันติภาพระหว่างฝ่ายขาว-ฝ่าย แดงคงล้าหลังไปอีกหลายปี โลกไม่ได้มีเพียงแค่สีขาวกับดำ ลูกสาวชาวนาเอื้อมมือลงไปในถุงผ้า หยิบกรวดขึ้นมาหนึ่งก้อน พลันเธอปล่อยกรวดในมือร่วงลงสู่พื้น กลืน หายไปในสีดำและขาวของสวนกรวด เธอมองหน้าเศรษฐี เอ่ยว่า "ขออภัยที่ข้าพลั้งเผลอปล่อยหินร่วงหล่น แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อท่านใส่กรวดสี
ขาวกับสีดำอย่างละหนึ่งก้อนลงไปในถุงนี้ ดังนั้นเมื่อเราเปิดถุงออกดูสีกรวดก้อนที่เหลือ ก็ย่อมรู้ทันทีว่า กรวดที่ข้าหยิบไปเมื่อครู่เป็นสีอะไร" ที่ก้นถุงเป็นกรวดสีดำ "...ดังนั้นกรวดก้อนที่ข้าทำตกย่อมเป็นสีขาว" ชาวนาพ้นสภาพลูกหนี้และลูกสาวไม่ต้องแต่งงานกับเศรษฐีขี้โกงคนนั้น *** หากเราพยายามมากพอที่จะแก้ไขปัญหาเราจะพบว่าทุกปัญหาย่อมมีวิถีทางแก้ไขเสมอ *** หายไป ไม่ได้อัพมาสองชาติเศษๆ เรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมายในช่วงที่ผ่านมา มีทั้งสุข ทุกข์ ตื่นเต้น น่าเบื่อหน่าย แต่ทุกเรื่องราวก็ยังต้องดำเนินต่อไป ปัญหามีไว้แก้ วิธีทางแก้ก้ไม่ได้มีวิธีเดียว ตอนนี้ "ออกจากรอบที่วางไว้" ลองทำตามใจตัวเองดู หวังว่าหลายๆ อย่างก็จะกลับมาด้วยดีเอง ซึ้งอาจจะต้องใช้เวลาช่วย..
August 23 โอกาสแห่งความหื่นที่ยากจะให้อภัย . . โอกาสแห่งความหื่นที่ยากจะให้อภัย
สำหรับผู้หญิงที่สวยวิเศษขนาดนี้ โอกาสที่ผมจะใกล้ชิดเธอได้คงมีเพียง2โอกาส . . โอกาสแรกคือตรงทางเดินไปห้องน้ำในผับเล็กๆของคืนวันศุกร์
โอกาสที่สองคือตอนนี้ บนรถปอ.510 ณ เวลา 4 โมงเย็น ไม่ต้องคิดเลยเถิดไปถึงการขึ้นไปยืนโหนรถไฟฟ้าบีทีเอส เพราะตั้งแต่มีการเปิดใช้บริการมา ผมเคยเข้าไปยืนอยู่ในตู้ยาวๆนั้นไม่ถึง 2 ครั้ง)
เหตุการณ์มันเริ่มตอนที่รถจอด ประตูเปิด
และเธอก็ก้าวขึ้นมาอย่างสง่างามในชุดนักศึกษาพร้อมมนุษย์งานกลุ่มใหญ่ สองเท้าของแต่ละคนเบียดขยับจนชิดกัน ช่องว่างที่เคยมีถูกบีบให้แคบลงจนปิดสนิท ประตูปิด และรถกระชากตัวออกจากป้ายโดยมีเธอมายืนเกาะเสาอยู่ตรงหน้าผมพอดี เธอเป็นผู้หญิงร่างเล็ก ผอมบาง ซอยผมสั้น ผิวขาวเนียนตามลักษณะพิมพ์นิยม หน้าใสแต้มแก้มด้วยสีชมพูบางๆ ตาหูจมูกปากจัดเรียงกันคล้ายวัยรุ่นญี่ปุ่น 2 หูของเธอถูกประกบด้วยหูฟังจากวอล์คแมน เสียงดังชึกกะชึ่ง ชึกกะชึ่งแว่วมาเบาๆ
ในท่ายืนเช่นนี้จมูกของผมสามารถสูดดมเอากลิ่นหอมจากเส้นผมของเธอได้เต็มปอด ช่างหอมยวนใจ ก่อเกิดอารมณ์ใคร่อยากจะทำบัดสีจัญไรขึ้นมาเดี๋ยวนั้น . . แต่อารมณ์เหล่านั้นก็ถูกขัดจังหวะ เมื่อมีกลิ่นหนึ่งลอยมาโจมตีจมูกมันเป็นกลิ่นส้นตีนอย่างไม่ต้องสงสัย จากความรุนแรงของกลิ่นน่าจะเป็นส้นตีนที่เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 18 ชั่วโมง เธอเองคงรับได้เช่นกัน สังเกตได้จากท่าย่นจมูกฟุดฟิดๆ พร้อมกับทำหน้าคิ้วขมวด ดูสิขนาดทำหน้าเหม็นตีนยังน่ารักน่าหยิก คนรอบข้างก็เริ่มมีทีท่าไปในทิศทางเดียวกัน เสียงฟุดฟิด ปิดจมูก และพึมพำๆ ในอากัปเดียวกันนั้นทำให้ผมต้องรีบทำตาม ด้วยไม่อยากถูกเข้าใจผิดว่าทำตัวแปลกแยกขืนยืนดมต่อไปด้วยอาการนิ่งเฉยอาจถูกสังคมตัดสินเอาได้ว่า เจ้าของกลิ่นตีนอำมหิตนี้เป็นของตนเองผมยกมือขึ้นปิดจมูกและมองหาที่มาแห่งกลิ่นร้าย และได้ลงความ เห็นในใจว่า . .
มันต้องอาแปะคนนี้อย่างไม่ต้องสงสัย . . แปะยืนอยู่ด้านหลังผมพอดี เป็นแปะร่างอ้วน หัวเหม่งจ๋ายมากแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก่าขาดและมอซอ สะพายย่ามเลอะๆ เมื่อมองต่ำลงไปก็เห็นว่าตีนของแปะถูกห่อหุ้มอยู่ด้วยรองเท้าผ้าใบสีขาวด่างๆ เชือกสีเขียวสะท้อนแสง ตรงหัวรองเท้ามีคราบเข้มๆคล้ายๆขึ้นรา ผมฟันธงทันทีว่าต้องเป็นตีนแปะแน่ๆที่ทำให้คนทั้งรถปั่นป่วน ยิ่งแปะขยับกลิ่นยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ สีหน้าทุกคนเริ่มสุดทน รถแน่นมากขึ้นอากาศเริ่มร้อนระอุ บรรยากาศมาคุจนผมอยากกดออดลงเพื่อเปลี่ยนรถติดที่ว่าไม่อยากจะจากเธอไป เพราะขณะนี้ร่างของเรากำลังเบียดแน่นกันราวกับจะป็นเนื้อเดียว เอาไงดี . . จับตูดเลยดีมั๊ย . . แล้วค่อยล้วงกระโปรง . . เห็นในหลุดโลกมันยังทำกันได้ ไม่เห็นมีใครร้อง . . จับก่อนแล้วค่อยล้วง . . ใครๆเขาก็ทำกัน . . แล้วทำไมกูต้องไปเชื่อไอ้บอร์ดลวงโลกส้นตรีนนั่นด้วยว๊ะ ! !
ในใจของผมลังเลอย่างบ้าคลั่ง มือไม้สั่นรอการตัดสินใจ และแล้ววิกฤติก็กลายเป็นโอกาสก็มาถึงอย่างไม่น่าเชื่อ ! ! กลิ่นตีนของแปะที่เล่นงานเรามาตลอดทาง
ประกอบกับอากาศร้อนในรถกับคนที่เบียดกันแน่นเอี๊ยดกำลังทำให้เธอตัวอ่อนระทวย คล้ายจะเป็นลมผมสังเกตความซีดขาวบนใบหน้านั้น ขาแข้งราวกับไม่มีแรงมือที่จับราวนั้นเหมือนจะหลุดออก . . อีกป้ายเดียวจะถึงบ้านแล้ว ร่วง!ร่วง!ร่วง!ร่วง!ร่วง!ร่วง!ร่วง!ร่วง!ร่วง!ร่วง!ร่วง!ร่วง!ร่วง!ร่วง!
ผมยืนเชียร์ในใจกระทั่งรถกำลังจะจอดเข้าป้าย ร่างบางนั้นก็หงายหลังลงมากองอยู่ในอ้อมกอดของผมพอดี ขอทางหน่อยครับ เพื่อนผมเป็นลม ! ! ผู้คนหลีกทางให้ด้วยความแตกตื่น ผมประคองตัวเธอเดินลงประตูไปในใจนึกขอบคุณกลิ่นตีนเน่าของแปะอย่างสุดซึ้ง . . เธอสลบไสลไม่ได้สติขณะที่ผมประคองเธอเข้ามาในบ้านอย่างฉุกละหุก ผมใช้ตีนถอดรองเท้าตัวเองออกรวมทั้งรองเท้าของเธอ
ใบหน้ากลมหลับตาสนิทเหงื่อแตกเต็มหน้าผากแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความน่ารักนั้นน้อยลง ใจด้านงามอยากจะเช็ดตัวเธอด้วยผ้าเย็นให้เธอได้สติแต่ใจด้านชั่วมันกลับมีพลังมากกว่า . . ผมค่อยๆปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาตัวเล็กออกอย่างแผ่วเบาจนสองสิ่งที่อยู่ด้านในปรากฏ
อกผมแทบระเบิดกับภาพงามตรงหน้า ชาตินี้ตายคงไม่เสียดายชีวิตอีกแล้วผมลนลานขึ้นทาบทับเหนือร่างนั้น ก้มลงจูบทุกส่วนอย่างหื่นกามโดยไม่มีเว้นพื้นที่บนร่างเนียนนั้นแม้ตารางเซ็นต์ อยากจะสัมผัสเธอให้ทั่วไปทั้ง ตัว . . ต้องขอขอบคุณสองตีนของแปะ ถ้าไม่มีแปะ ผมคงไม่มีวันนี้ วันที่จะได้ทำอะไรแบบนี้กับหญิงงามอย่างเธอ เธอที่ดูสูงค่าเธอที่ดูงามสง่า เธอกำลังจะเป็นของผม ผมกำลังจะเป็นผู้ชนะ ใครจะเชื่อเล่าว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นเพราะกลิ่นตีนเหม็นของใครบางคนบนรถเมล์ ใบหน้าของผมซุกไซ้จากขาอ่อนใต้กระโปรง ต่ำลงมาถึงน่องเนียนเล็ก ร่างบางนั้นบิดตัวเล็กน้อย ความสนุกหรรษากำลังใกล้ ผมเลื่อนหน้าต่ำลงมา แล้วฝังจมูกลงกับซอกนิ้วเท้าเรียวงามพร้อมกับสูดหายใจเข้าเต็มปอด ฟื๊ดดด ดดดด ดดดด ดด ด ดด ด ด ด จากนั้นผมก็สลบไป . . ปล. เรื่องนี้เปงเรื่องที่แต่งขึ้นจิงๆนะ (จาก fw เมล) และเป้กะมะได้หื่นแบบน้านนน . . น้อยก่านั้นนึกนึงอ่า หวังว่าคงจาชอบกันเพราะว่ามันฮาดี ^^
August 20 ดี ใจ ที่ ได้ รัก . . วันนี้ . . เราอาจรู้สึกผูกพันต่อสิ่งหนึ่ง จนคิดว่าเราขาดไม่ได้
แต่เวลาจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป สักวันเราจะรู้ว่า . . สิ่งที่เราผูกพันในวันนี้ . . เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เติมชีวิตเรา ไม่ใช่ . . ทั้งหมดของชีวิตเรา
วันหนึ่ง . . หากเรามีโอกาสได้เจอสิ่งที่ถูกใจสิ่งใหม่
ที่เราคิดว่าเราพึงใจ . . ปรารถนา . . ต้องการ . . ขาดไม่ได้ เราก็จะเริ่มผูกพันกับสิ่งใหม่ได้ในเวลาไม่นานนัก . . เมื่อเวลาหนึ่งผ่านไป จะสอนเราได้เองว่า
ความผูกพันกับสิ่งใดๆในช่วงเวลาหนึ่ง จะเป็นความสุขในช่วงเวลานั้นๆ อย่าได้ไปยึดติด อย่าได้ไปใช้ชีวิตทั้งชีวิตลุ่มหลง . . คิดเสียว่า . . เราโชคดี . . ที่มีโอกาสได้ผูกพันกับสิ่งที่เรารัก ความผูกพัน . . ก็เหมือนกับความรัก . .
หรืออาจจะเป็นผลพวงที่มาจากความรัก หากเรารักใครคนใดคนหนึ่งมาก เราก็จะรู้สึกว่าผูกพันมาก แต่ความผูกพันที่ว่า . . ไม่ได้หมายถึงการหยุดตัวเอง ไว้กับสิ่งนั้นๆ . . เพราะคนเราทุกคนย่อมผูกพันกับหลายๆสิ่ง มันก็เหมือนที่หลายคนเคยพูดเปรียบไว้นะว่า ถ้าเรามีแก้วนำอยู่หนึ่งใบ ในยามเช้า . . เราอาจต้องใช้แก้วใบนี้ดื่มนม พออากาศร้อนหน่อย . . เราอาจต้องการน้ำเย็นๆ บางครั้งที่เราไม่สบาย . . เราอาจต้องการน้ำอุ่น ใจเราก็เหมือนกับแก้วน้ำ . .
ต้องเติมสิ่งต่างๆ ในเวลาที่แตกต่างกัน . . ตามความเหมาะสม หากเราเติมน้ำเย็นลงไปในแก้วน้ำ
แล้วเติมน้ำร้อนลงไปในทันที ในแก้วใบเดียวกัน จะพบว่า . . แก้วใบนั้นร้าว . . แล้วเริ่มแตก ซึ่งก็เหมือนกับใจเรา . . ความผูกพันต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดในช่วงเวลาหนึ่ง . . ไม่ผิด
ถ้าเราค่อยๆปรับใจ ปรับตัวของเราเอง ให้กลับคืนในเวลาที่ควร
เพราะอย่างน้อยที่สุด . . เราก็มีโอกาสได้ผูกพัน . . ซึ่งก็เหมือนเรามีโอกาส . . ได้รัก นั่นเอง อย่างที่เค้าว่ากันว่า . .
ถ้าคุณมีความสุขที่เห็นเค้าเดินกับคนอื่น . . คือ . . ความรัก
ถ้าคุณเศร้า เหงา คิดถึงเค้า อยากเจอ อยากพูดคุย . . คือ . . ความรัก ถ้าคุณร้อนรนที่เค้าอยู่กับใครๆที่ไม่ใช่คุณ . . คือ . . ความใคร่ อยากเก็บไว้เป็นเจ้าของคนเดียว
ถ้าคุณเมามาย เค้าลูบหลังไหล่ ดูแล . . คือ . . ความรักที่บริสุทธิ์ใจ
ถ้าคุณเมามาย เค้ากอดและสัมผัสร่างกาย . . คือ . . ความใคร่จากเค้าของคุณ ถ้าคุณเข้าหา แต่เค้าหนี . . คือ . . ความใคร่ ที่หมดเยื่อใยแล้ว
ถ้าคุณหนี แต่เขาวิ่งตามมา . . คือ . . ความรักที่ยังไม่มีจุดจบ ถ้าคุณร้องไห้ ให้กับคนที่ไม่มีเยื่อใยในตัวคุณ คุณคือ . . คนโง่ . . และบ้า
แต่ถ้าคุณพอใจ . . จงรัก . . และมอบความรักให้กับเค้า แม้มันจะไม่กลับมาหาคุณก็ตาม จงดีใจที่ได้รักซะวันนี้ . . ดีกว่าที่จะมานั่งเสียใจในวันหน้า จงภูมิใจที่มีความใคร่ . . เสน่หา . . เพราะมันจะไม่ย้อนกลับมาหาอีกต่อไป . . มาอัพแล้วจ้า หลังจากดองไว้นานมากๆ เง้อ . . ก็มานแย่นี่นะ ช่วงนี้ทำไมมันรู้สึกแย่ๆ ยังไงกะม่ายรู้ เบื่อๆ เซ็งๆ นั่งอยู่เฉยๆ กะซึมๆ ข้าวปลาไม่กิน นึกถึงป๊ากับแม่แล้วก็จาร้องไห้ ไมมันเป็นอย่างงี้หว่า มองไปทางไหนทางมันกะมืดมน ตอนนี้คิดอยู่กะแค่ว่า ยังมีคนที่แย่กว่าเราอีกมาก เรามาแค่นี้เอง มืดไปนิด แต่กะน่าจะทนมืดต่อไป ทนต่อไป ทนต่อไป ความอดทนเท่านั้น ไม่อยากจะบ่นไรมาก คนที่อยู่ข้างๆ จะเบื่อจะรำคาญเอาป่าวๆ ทนไปจนกว่าจะทนไม่ได้ แค่นั้นเอง . . blog คราวที่แล้วคนมาเม้นแยะมากเลย กัวถึง 200 เลยมาชิงอัพซะเลย ขอบคุณทุกๆ คนที่เข้ามาเม้นด้วยน้า แล้วจาไปเยี่ยมคืนทุกๆ คนเลยอ่ะ ^^
August 07 รัก . . อย่าปิดหู . .![]() ความรัก เมื่อบอกออกไป ยังไงๆ ก็เป็นความรักอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เรารัก หรือคนที่เรารัก
มักมีสองด้านเสมอ อยู่ที่ว่าเรารักมากพอที่จะยอมรับอีกด้านนึงหรือป่าว
คิดถึงเขาแล้วได้อะไร . .ได้คิดถึง โอเค งั้นคิดถึงไปเลย ร้องไห้มากมายขนาดนี้แล้วได้อะไร . .ได้ปลดปล่อยเพราะเหนื่อยเหลือเกิน งั้นก็ร้องซะให้พอ . .
ทำอะไรดีๆ ให้คนอื่นแล้วได้อะไร . . ได้อย่างที่อยากมั้ยแต่เพราะอยากให้ งั้นเต็มที่เลย . . อยากให้อะไรก็ให้ แต่ถ้าจะมาเสียใจ โทษตัวเอง ไม่มีแรงจะทำอะไรอีกต่อไปแล้วตอบไม่ได้ว่า "เป็นอย่างนี้แล้วได้อะไร" หยุดเหอะ . . การทำร้ายตัวเองขนาดนี้ควรได้อะไรบ้าง เหงาแล้วได้อะไร . . เรื่องอะไรก็ตาม ถ้าสาเหตุมาจากตัวเรา อย่างน้อยมันก็แก้ได้ง่ายกว่า เปลี่ยนที่ตัวเรายังไงก็เหนื่อยน้อยกว่าร้องให้คนอื่นเปลี่ยน "คิดถึง" เป็นความรู้สึกนึง ซึ่งสามารถทำไปพร้อมๆกับกิจกรรมอื่นๆ ได้
"คิดถึง" คือคำสั้นๆ ที่สามารถดูแลความสัมพันธ์ให้ยาวนานได้อย่างไม่น่าเชื่อ
"คืดถึง" ถ้าไม่บอก มันก็เป็นแค่ "คิด" แต่ไม่ "ถึง" เพื่อนน้อยลงทุกทีเมื่อเราโตขึ้น
ความจริงเพื่อนมีจำนวนมากขึ้น แต่เราให้เวลาเพื่อนน้อยลงต่างหาก ยิ่งนานยิ่งรักเกิดขึ้นได้พอๆ กับยิ่งนานยิ่งไม่รัก นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าสปีชี่ของมนุษย์รักเดียวใจเดียวมาแต่ไหนแต่ไร ในขณะที่ส่วนใหญ่ปัญหาหัวใจในอันดับต้นๆ คือ เจอคนหลายใจ อย่าร้องขออะไร ถ้ายังไม่ได้เริ่มต้น "ให้" "ความรัก" เป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องหนี
"ความจริง" เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับและอยู่กับมันให้ได้ ความรักเป็นเรื่องตรงกลาง มากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ได้ ใช้เหตุผลมากไปก็ไม่ได้ ใช้ความรู้สึกมากไปก็ไม่ดี ให้เยอะเกินไปก็ไม่ดี รับมากเกินไปก็ไม่ได้ ความรักเป็นเรื่องเทา ๆ อย่าหวังให้ขาวปิ๋ดปี๋ และอย่าทำให้มันดำจั๊วะ ความรักเป็นเรื่องของความเข้าใจ ถ้าใส่น้ำใจ ให้อภัยและยอมรับฟัง เข้าไปด้วยก็ดี ความรักเป็นเรื่องง่าย คนต่างหากที่ทำให้มันยากเอง
ทำไมคนเราถึงรู้สึกเจ็บ เพราะนั่นมันเป็นกลไกการป้องกันตัวอย่างนึง
เมื่อไหร่ที่รู้สึกเจ็บเราจะได้เลิก . . เมื่อไหร่ที่เรารู้สึกเจ็บเราจะได้อยู่ห่างๆ เอาไว้ และเมื่อไหร่ที่เรารู้สึกเจ็บเราจะได้ "เข็ด" "จำ" และ "ไม่ทำอีก" ความรักไม่ได้ทำให้คนตาบอดหรอก
แต่ทำให้เราเลือกอยากจะมองในสิ่งที่อยากมองและเลือกไม่มองในสิ่งที่ไม่อยากเห็นมากกว่า
ไม่ว่า ความรักจะทำให้ตาบอด หรือเราเลือกที่จะบอดเองก็ตาม
แต่อย่าปิดหู ให้เรามีโอกาสที่จะได้ยินบ้าง . . แง่ว.. กลับมาอัพแล้วค๊าบบ ไม่ได้ตั้งจัยดอง blog นะ พอดีงานมันแยะ งานมันยุ่ง ยังเซ็งอยู่เลย ขนาดเสาร์ทิตตั้งจัยจะพักผ่อน แมร่งกะดันมาบอกเป้ว่า ถ้าทำไม่เส็ด เสาร์ทิตกะทำต่อให้เส็ดด้วยนะ กร๊ากๆ ไม่ได้ทำอ่ะ จะพักผ่อนจิงๆ (ถ้าเข้ามาอ่านแล้วไม่พอจัย ก็ขออภัยด้วย) แค่นั้นเอง เบื่อนะโว้ยย ก็ตั้งจัยจะชาตแบตนิหว่า พอมีเวลาว่างสักนิดก็มานั่งอัพ blog เรย กะมะมีไรทำด้วยอ่ะ นอน กิน ทำงานบ้าน ออกไปเดินเจเจ เซนลาด เดินดูผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา ชีวิตมันก็มีแค่นี้ แค่วันเหงาๆ อีกวัน ที่ต้องอยู่ไปเรื่อยๆ ไม่รู้อีกกี่วันที่เทอไม่อยู่ตรงนี้ . .
ม่ายได้อัพเลย แอบมาต่อท้ายนึดนึงค๊าบ วันนี้วันที่ 10 สิงหา วันคล้ายเกิดท่านแม่ Happy Birthday นะค๊าบ ถึงแม่จะมะเล่น m มะได้เล่น space แต่ยังไงก็จาประกาศทางนี้ด้วยละกัน รักแม่เน้อ ขอให้แม่สุขภาพแข็งแรงๆ อยู่รออุ้มหลาน พาหลานไปเดินเล่นเรยเน้ออ แล้วเดวเสาทิตเราไปหม่ำข้าวอร่อยๆกัน ถึงเงินเดือนมันจาหมดไปแล้นกะเหอะ (รักป๊าด้วย อย่าน้อยจัยอ่ะ) ^^
วันนี้วันที่ 11 สิงหาก่อนวันแม่เลย มาต่อท้ายอีกที เพราะไม่มีแรงอัพต่ออีกแล้วล่ะ . . รู้นะ รู้ว่าเธอดูแลตัวเองได้ แต่ก็ยังเป้นห่วง อย่าทำงานจนเครียดเกินไป ดูแลสุขภาพด้วย แล้วก็อย่าลืมทำในสิ่งที่ต้องเป้าหมายไว้ อย่าไปเขวกับสิ่งเร้าต่างๆ ตั้งใจ แล้วผลจะออกมาดีเองนะ แล้วก็ขอบคุณมากๆนะ ที่คอยให้กำลังใจ คอยช่วยเหลือ คอยเป็นทุกๆอย่าง ขอบคุณ . .
July 30 รัก ลบ ลบ ..
อาทิตนี้เหนื่อยสุดๆ เหนื่อยหลายอย่างเลย โดยเฉพาะงาน มันเป็นแบบเดิมอีกแล้ว สงสัยมันจะวน loop ไม่จบไม่สิ้น ก็แบบว่าทำ ทำ ทำ หมดแรงก็พัก กลางอาทิตก็ลำบากหน่อย กลับมาบ้านทุกวันก็เพื่อชาตแบต เต็มไม่เต็มก็ออกไปสู้ต่อ เสาทิตต้องชาตมากหน่อย แต่ยังไงก็ไม่ถึงกลางอาทิต เมื่อไรจะจบจาก loop นี้นะ ถึงยังไงเป้ก็ขอบคุณมากๆ นะสำหรับกำลังใจจากเทอน่ะ ที่ทำให้มีแรงต่อไปในทุกๆ วัน ทุกๆ เวลา ขอบคุณจิงๆ ^^
July 22 บางสิ่ง . . บางอย่าง . . บางคน . . . . บางสิ่ง บางอย่าง บางคน . .
มีอิทธิพลต่อ บางสิ่ง บางอย่าง บางคนอยู่เสมอ . .
ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ แต่เมื่อมีใครบางคนผ่านเข้ามา ก็อาจทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไป
เป็นราชสีห์มาตลอดชีวิต ก็อาจจะกลายเป็นลูกหมาตัวเล็กๆ ได้ในทันที
เมื่อสบตาใครบางคนเข้า . . ได้พูดคุยกับใครบางคนทุกวัน . .
โดยที่ไม่รู้จักกันมาก่อนแม้แต่น้อย . . ยิ้มให้กันทุกครั้งที่เดินสวนทาง
แต่เราไม่เคยเห็นกันในดวงตา . .
บางคนเดินมาพร้อมเรา แต่เมื่อเขาหยุด เราก็จำต้องเดินล่วงหน้าไป
หรือในวันใดที่เราสะดุดหยุดไป ก็ไม่น่าแปลกใจ . .
หากจะมีใครต่อใครเดินแซงหน้าเราขึ้นไปบ้าง
ในท่ามกลางผู้คนสับสนบนโลกเรานี้
มันจะดีแค่ไหน มหัศจรรย์แค่ไหน
หากมีใครคนหนึ่งเดินฝ่าฝูงคนเหล่านั้นมาหยุดอยู่ตรงหน้า
เพื่อให้เราได้รักเขา การรักในสิ่งที่ควรรักนั้นเป็นธรรมชาติ
แต่เมื่อใดที่เราต้องเผื่อใจ ต้องเปิดกว้าง เพื่อรักในสิ่งที่เราไม่รัก
เพราะสิ่งนั้นมันอยู่ในตัวใครคนนั้น . .
ณ ช่วงเวลานาทีนั้น คือช่วงเวลานาทีอันยิ่งใหญ่
เป็นความหัศจรรย์ของชีวิต ที่เราต้องให้เกียรติน้อมคำนับรับมันไว้
*** ขอบคุณใครบางคนที่ผ่านเข้ามา เพื่อทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไป *** *** ใครคนที่ทำให้เราก้าวออกจากตัวตนของตนไปไกล ***
*** ทำให้เรา "ได้เป็น" เกินกว่าที่เราเคยเป็น . . ***
กลับมาแร้ว หายไปนานเรยอ่ะ.. ก็ช่วงนี้มะค่อยมีเวลาอัพเลยอ่ะ เพราะเริ่มงานใหม่ไปก็อาทิตนึงแล้วล่ะ อยู่ในช่วงปรับตัวน่ะ ก้นะเริ่มใหม่ก็เสียหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างที่ดีๆ และไม่ดีไปจากที่เก่า แล้วก็แน่อยู่แล้วก็ต้องมีสิ่งใหม่ๆ แปลกๆ สภาพแวดล้อมใหม่ที่ทั้งดี และไม่ดีเช่นกัน เล่นทำเอาเราทั้งเหนื่อยทั้งเซ็งเลยล่ะ เง้อ.. อยากให้ผ่าช่วงเวลาที่ยากลำบากเยี่ยงนี้ไปเร็วๆ น่อ แล้วเราจาพยายามมาอัพบ่อยๆ นะ (จะพยายามปลีกตัวจากงานที่ยุ่งเหยิงนี่ให้ได้เลย) ^^
July 16 เทอแน่ใจแล้วหรือ . . . ที่จะเอ่ยคำคำนั้น . . . ทำไมหัวใจไม่สามารถต้านทานต่อคำว่า "รัก" นะ
เมื่อไรที่เทอเริ่มรู้สึกว่า "ตกหลุมรัก" ใครสักคน ขอให้เทอลองถามตัวเองซักหน่อยว่า เทอรู้จักใครคนนั้นดีแค่ไหน
ความแปลกหน้าระหว่างเทอ กะเขา หายไปหมดหรือยัง
เทอสามารถมองเห็นเขา ใกล้ชิดกะเขา ทำความเข้าใจจนเกิดความผูกพันกะเขา
และก็เป็นหนึงเดียวกะเขาได้อย่างหมดหัวใจแล้วเหรอ
ถ้าคำตอบคือ "ยัง" ก็อยากให้เทอกลับไปคิดดูทบทวนกับคำว่า "รัก" ที่เกิดขึ้นในหัวใจเทอให้แน่จัยก่อน ก่อนที่จะพูดคำๆ นี้ออกมาให้กระทบหัวใจของคนอื่นและตัวเอง
ความรัก ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ มันต้องอาศัยทั้งระยะเวลาและความเข้าใจ ที่จะเป็นเสมือนหยดน้ำที่จะค่อยๆ หล่อเลี้ยงความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อใครสักคนให้เริ่มต้นแข็งแรงกลายเป็นคำว่า "รัก"
**อย่าจริงจังกับอะไรที่เรามองไม่เห็น** **อย่าตัดสินใจอะไรจนกว่าจะได้เห็นในสิ่งที่เราคิด เป็นจริง** **เราต้องเสี่ยงเสียน้ำตาบ้าง หากปล่อยให้ความผูกพันก่อตัวขึ้นมา** ความผูกพันอย่างจริงใจก็คือ สิ่งที่ดีที่สุดที่สามารถเกิดได้ในความสัมพันธ์ แล้วเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับความรู้สึกของเรา คือ ความผูกพันที่จริงใจ
ไม่ใช่ความเคยชินที่เกิดขึ้นจากการกระทำโดยไม่ตั้งใจของใครบางคน
ความผูกพันไม่ใช่เรื่องยากที่จะสร้างมันขึ้นมา แต่ก็ไม่ง่ายที่จะเกิดขึ้นอย่างจริงจังและจริงใจ เวลาและความสม่ำเสมอทำให้คนเราเคยชินและติดพันกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้
แต่ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดขาดความบริสุทธิ์ใจในการสร้างความสัมพันธ์
ความผูกพันนั้นก็อาจกลายเป็นความผูกพันที่เจ็บปวดและทำร้ายความรู้สึกของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย
คนทุกคนล้วนมีภาพฝันที่สร้างไว้ในหัวใจ และเมื่อเรามีโอกาสได้สัมผัสภาพความฝันนั้น ก็ไม่แปลกที่เราจะเผลอปล่อยให้สิ่งที่เราฝันถึงตลอดเวลามามีอิทธิพลเหนือจิตใจเรา
จนลืมความเป็นจริงที่สมองเรารับรู้
เราต้องยอมรับว่าบางครั้งว่า อารมณ์ก็ทำให้เราขาดเหตุผล และคาดหวังอะไรที่ขัดแย้งกับความเป็นจริง แต่ก็ต้องเรียนรู้ด้วยว่าเมื่อไรที่เราปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล
จนไม่สามมารถแบ้งแยกความจริงและจินตนาการออกจากกัน
**จินตนาการและความคาดหวังก็มักทำให้คนเราต้องเจ็บปวดและสับสน** **โลกนี้มีทั้งดีและร้าย แต่เราจะหลบหลีกอย่างไรให้พ้นแง่มุมร้ายๆของมัน** Say what you mean, and mean what you say To handle yourself, use your head, To handle others, use your heart. เง้อ.. ออกมาแว้ว เดววันจันทร์นี้ต้องไปทำที่บ. ใหม่เรยอ่ะ ได้หยุดพักกะแค่วันศุกร์ เสาร์ ทิต เอง 3 วันอ่ะ ยังไม่พ้อ ยังไม่พอ จิงๆไม่ค่อยอยากเริ่มกลางเดือนเรยอ่ะ อย่างน้อยกะเรื่องเงินแหละที่ไม่คุ้ม ๕๕๕ แร้วเราจะ จะใส่ชุดหล่อตัวไหนไปเริ่มงานเอาเริกเอาชัยดีน้า เอาฟระ
ปล. โอ้วว.. Blog ที่แล้วคนมาเยี่ยมเยอะมากๆ เลยอ่ะ ขอขอบคุณทุกคนๆ เลยนะคับที่มาเยี่ยม แล้วผมจะไปกลับไปเยี่ยมทุกคนเรยเน้อ ^^
July 12 ถ้าเธอรู้จักรัก . . .
เง้อ . . . countdown แร้ว . . . กับการทำงานที่นี่ ที่แสนจาน่าเบื่อน่ะ
เล่นเอาแทบหมดแรงเรย แร้วที่มั่ยจาเป็นยังไงบ้างน้า เริ่มกังวลแร้วดิทีนี้ ๕๕๕ ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน . . . ต้องอย่าไปกัว อย่าไปกังวลดิเนอะ คิดมากไปแร้วเรา ยิ่งกำลังก่งก๊งอยู่ด้วย ^^ July 09 someone special to LOVE..Everyone needs someone to love.
Someone to care and share our feelings. To cheer us up when we have no spirit to fight. May be it will take a long time to find, But it is worth for the waste of time, If you could find someone who you love and loves you. Because you will spend the rest of your lives together and forever. หากคุณรักใครสักคน..
คุณก็ควรจะดีใจที่ยังมีคนคนหนึ่งที่คุณพร้อมที่จะให้ความรักต่อเขาอย่างจริงใจ
ให้โดยปราศจากข้อแม้ และไม่หวังสิ่งใดๆ ตอบแทน
แม้ว่าคุณจะไม่ได้รับอะไรกลับมาเลย
ก็จงดีใจว่าอย่างน้อยในชีวิตหนึ่งคุณก็ได้มีโอกาสได้มีความรักกับเขาสักครั้งหนึ่ง
เพราะความรักที่แท้จริงก็คือการให้ ให้โดยปราศจากความคาดหวังใดๆ
เพราะว่ายังมีคนในโลกนี้อีกมากมายที่เสาะแสวงหาความรัก
แต่ไม่เคยคิดที่จะแบ่งปันหัวใจรักให้ใครนอกจากตัวเอง
หากบางคนที่มีพร้อมแล้วทั้งคนที่คุณรักเค้าและเค้าก็รักคุณ
นั่นก็ต้องถือว่าเป็นความโชคดีของคุณอย่างยิ่ง
เพราะน้อยคนนักที่จะประสบความโชคดีอย่างนั้นเหมือนคุณ
อย่าปล่อยให้เค้าจากไปแล้วมานั่งนึกถึงคำกล่าวที่ว่า "เราจะรู้ค่าของสิ่งที่เรามีอยู่ ก็ต่อเมื่อเราได้สูญเสียสิ่งนั้นไปแล้ว"
เพราะกว่าจะถึงเวลานั้นมันก็อาจจะสายเกินกว่าที่คุณจะได้มีโอกาสแก้ไข หรือชดเชยอะไรๆ ได้อีกแล้ว..
ชีวิตที่เหลือต่อจากนั้นของคุณก็คงจะต้องจมอยู่กับความผิดหวังไปจนตลอดชีวิต
เพราะฉะนั้นหากคุณรักใคร ก็จงรีบเปิดผยความในใจให้เขาได้รู้ ก่อนที่จะสายเกินไป.. ถึงมันจะไม่ได้อะไรกลับคืนมา..แต่คนที่มีความสุขที่สุดก็คือตัวของคุณเอง..
ที่ได้บอกความในใจให้คนที่คุณรักได้รับรู้..
ปล. วันนี้ 9 กค. วันคร้ายวันเกิดพี่ชาย (พี่ป๊อป) อ่ะ สุขสันต์วันเกิดน่ะ โทดทีไม่ค่อยกล้าบอกตรงๆ เอามาเขียนไว้ในนี่ละกันนะ ไม่บอกด้วยว่ามาเขียนในนี้ ไม่รู้มีบุญได้มาอ่านป่าว เหอๆ ก็ขอให้มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรงๆ และก้แก่แล้วนะ 25 แร้ว ทำงานเก็บตังค์ให้ได้เยอะๆ รวยๆ ละกันนะ
วันนี้ก็เลย ไปทำบุญถวายสังฆทานและก็ทำบุญโลงศพที่วัดหัวลำโพงมาด้วย ไปกะป๊ากะแม่กะป๊อปกะเป้กะปิงปิง ไปกาน ๕ คนทั้งบ้านแหละ แล้วก็ไปโซ้ยสเต๊กกันที่สามย่านต่อ อิ่มแปล้เรย ^^
July 08 ยัง จำ ได้ ไหม ..ผ่านมาแล้ว 1 ปีนะ จากวันนั้น..
เป็นยังไงบ้าง ตอนนี้เป็นยังไง สบายดี มีสุขมากแค่ไหน..
ก็ยังเป็นห่วงอยู่นะ..
..เพื่อนคนนึง..ถึงเพื่อนอีกคน..
|
|
|